
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ การวางแผนเพื่ออนาคตของลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ และหนึ่งในการลงทุนด้านสุขภาพ ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือการเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกคลอด แต่คำถามสำคัญที่ตามมาเสมอคือ ค่าใช้จ่ายเก็บสเต็มเซลล์ นั้นสูงแค่ไหน และเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว เก็บสเต็มเซลล์คุ้มค่าไหม?
มาเจาะลึกทุกแง่มุม ตั้งแต่รายละเอียดค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการประเมินความคุ้มค่าในระยะยาว เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด
ค่าใช้จ่ายเก็บสเต็มเซลล์ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายการเก็บสเต็มเซลล์สายสะดือ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละ ธนาคารสเต็มเซลล์ แต่สามารถแบ่งโครงสร้างค่าใช้จ่ายหลักๆ ได้ดังนี้
- ค่าแรกเข้าและค่าดำเนินการ เป็นค่าใช้จ่ายครั้งแรกสำหรับกระบวนการเก็บ, ขนส่ง, การตรวจคัดกรองคุณภาพและเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงการเตรียมเซลล์เพื่อเข้าสู่กระบวนการแช่แข็ง
- ค่าฝากเก็บรายปี หรือ แพ็กเกจระยะยาว หลังจากจัดเก็บแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสเต็มเซลล์ในถังไนโตรเจนเหลว ซึ่งควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา ธนาคารส่วนใหญ่จะมีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลาย เช่น 20 ปี, 30 ปี, 60 ปี หรือตลอดชีพ ซึ่งการเลือกแพ็กเกจระยะยาวมักจะมีราคาเฉลี่ยต่อปีที่ถูกกว่า
ตัวเลขโดยประมาณในประเทศไทยอาจมีตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงหลายแสนบาท ขึ้นอยู่กับ
- ประเภทของสเต็มเซลล์ที่เก็บ เก็บเฉพาะเลือดจากสายสะดือ (Cord Blood) หรือเก็บทั้งเนื้อเยื่อสายสะดือ (Cord Tissue) และรกด้วย ซึ่งการเก็บหลายส่วนย่อมมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
- เทคโนโลยีและมาตรฐานของธนาคาร ธนาคารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรต่าง ๆ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ก็เป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความปลอดภัย
- ระยะเวลาในการจัดเก็บ ยิ่งฝากเก็บนาน ค่าใช้จ่ายโดยรวมก็จะสูงขึ้น

มองให้ไกลกว่าตัวเงิน ความคุ้มค่าในฐานะ “หลักประกันสุขภาพ”
การจะตอบว่าคุ้มค่าหรือไม่ เราไม่สามารถมองที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึง ประโยชน์การเก็บสเต็มเซลล์ ในฐานะ การลงทุนด้านสุขภาพ ที่ประเมินค่าไม่ได้
1. “อะไหล่ชีวภาพ” ที่พร้อมใช้งานทันที
ปัจจุบัน สเต็มเซลล์รักษาโรค ที่เกี่ยวกับระบบเลือดและภูมิคุ้มกันได้มากกว่า 85 ชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว, ธาลัสซีเมีย หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การมีสเต็มเซลล์ของตัวเองที่เข้ากันได้ 100% เก็บไว้ จะช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายมหาศาลในการค้นหาผู้บริจาคที่เข้ากันได้ ซึ่งอาจหาไม่ได้เลย
2. โอกาสในการรักษาของทุกคนในครอบครัว
สเต็มเซลล์ที่เก็บไว้ไม่ได้เป็นประโยชน์แค่กับลูกน้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นความหวังสำหรับ เก็บสเต็มเซลล์ครอบครัว เพราะมีโอกาสสูงที่จะเข้ากันได้กับพี่น้องร่วมสายเลือดและพ่อแม่ ทำให้การลงทุนครั้งเดียวสามารถสร้างหลักประกันสุขภาพให้แก่หลายชีวิตได้
3. การลงทุนเพื่ออนาคตทางการแพทย์
วงการแพทย์กำลังวิจัยและพัฒนาการใช้สเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรคแห่งความเสื่อมต่างๆ มากมาย เช่น อัลไซเมอร์, พาร์กินสัน, โรคหัวใจ และเบาหวาน การ เก็บสเต็มเซลล์แรกคลอด ในวันนี้ คือการเตรียมพร้อมให้ลูกและครอบครัวสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่ล้ำสมัยที่สุดในอนาคต
เปรียบเทียบความคุ้มค่า เก็บเอง กับการ หาผู้บริจาค
| ประเด็นเปรียบเทียบ | การเก็บสเต็มเซลล์ของตัวเอง | การรอรับบริจาคจากผู้ที่ไม่ใช่ญาติ |
| ความเข้ากันได้ | 100% สำหรับตัวเอง | โอกาสพบน้อยมาก (1 ใน 10,000 ถึง 1 ใน 100,000) |
| ความรวดเร็ว | พร้อมใช้งานได้ทันที | ใช้เวลาค้นหานานหลายเดือนหรือเป็นปี |
| ค่าใช้จ่าย | จ่ายตามแพ็กเกจที่เลือกไว้ล่วงหน้า | แม้การบริจาคจะฟรี แต่มีค่าดำเนินการและตรวจต่างๆ |
| ความเสี่ยง | ความเสี่ยงต่อการปฏิเสธเซลล์ต่ำมาก | มีความเสี่ยงที่ร่างกายผู้ป่วยจะปฏิเสธเซลล์สูงกว่า |
| โอกาสในอนาคต | ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยใหม่ ๆ ได้ | ไม่สามารถใช้เพื่อการแพทย์ฟื้นฟูได้ |

เก็บสเต็มเซลล์คุ้มค่าจริงหรือ
การตัดสินใจเรื่อง ค่าใช้จ่ายเก็บสเต็มเซลล์ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลและแต่ละครอบครัว แต่หากมองในมุมของการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต และการสร้างหลักประกันชีวิตที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน การเก็บ สเต็มเซลล์แม่และเด็ก ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
คือการเปลี่ยนค่าใช้จ่ายในวันนี้ ให้กลายเป็นความอุ่นใจและความหวังที่ประเมินค่าไม่ได้ในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ล้ำค่าที่สุดที่คุณจะมอบให้กับลูกรักและครอบครัวได้ หากคุณสนใจ ควรเริ่มต้นจากการปรึกษาและเปรียบเทียบข้อมูลจาก ธนาคารสเต็มเซลล์ หลาย ๆ แห่ง เพื่อเลือกแพ็กเกจและมาตรฐานที่เหมาะสมกับครอบครัวของคุณที่สุด
สอบถามบริการเพิ่มเติมได้ที่ สเต็มเซลล์ฟอร์ไลฟ์ (STEM CELL FOR LIFE) เรื่องสเต็มเซลล์มั่นใจได้ที่ SCL เพราะเราเป็นธนาคารสเต็มเซลล์แห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตการผลิตสเต็มเซลล์เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นยา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.กระทรวงสาธารณสุข และเป็นบริษัทเดียวที่อยู่ภายใต้โรงงานเภสัชกรรมที่ได้รับ GMP มาตรฐานสากล
Hotline. 085-227-7909 24 ชั่วโมง
โทร. 0-2889-2600 จันทร์ – เสาร์ เวลา 08.00 – 17.00 น.
Email: stemcellforlife@greaterpharma.com
Line : @stemcellforlife
EN