การตั้งครรภ์คือช่วงเวลาที่มหัศจรรย์และเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงสำหรับคุณผู้หญิงทุกคน การเฝ้ารอที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวน้อยมาพร้อมกับการดูแลสุขภาพที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่แค่สุขภาพของเราคนเดียว แต่ยังรวมถึงชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ด้วย 2 ภาวะสุขภาพที่คุณแม่หลายคนกังวลและมักได้ยินอยู่บ่อยๆ คือ “ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์” และ “ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้ แต่ข่าวดีก็คือ ภาวะเหล่านี้สามารถป้องกันและจัดการได้ เรามาดูเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรงไปพร้อมกัน

ทำความรู้จัก 2 ภาวะที่คุณแม่ควรระวัง
ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันสั้นๆ ว่าสองภาวะนี้คืออะไร
- ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คือภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ โดยส่วนใหญ่มักจะหายไปเองหลังคลอด แต่หากไม่ได้รับการควบคุม อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ทารกตัวโตกว่าปกติ (คลอดยาก) และเพิ่มความเสี่ยงที่คุณแม่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต
- ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ คือภาวะความดันโลหิตสูงที่ตรวจพบหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม อาจรุนแรงขึ้นจนกลายเป็น ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้

คุณแม่ที่มีปัจจัยเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ
- มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
- มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนก่อนตั้งครรภ์
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
- เคยมีภาวะเบาหวานหรือความดันสูงในครรภ์ก่อน
- ตั้งครรภ์แฝด
- มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
แต่ถึงแม้จะไม่มีปัจจัยเสี่ยง การดูแลตัวเองให้ดีที่สุดก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

5 หัวใจสำคัญ สู่การตั้งครรภ์สุขภาพดี ปลอดภัยจากเบาหวานและความดันสูง
1. โภชนาการ
“กินเพื่อสอง” ไม่ได้หมายความว่าต้องกินเป็นสองเท่า แต่หมายถึงการเลือกกินสารอาหารที่มีคุณภาพเป็นสองเท่าต่างหากค่ะ
- เน้นอาหารไฟเบอร์สูง เลือกทานข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียวและผลไม้รสไม่หวานจัด เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- โปรตีนดีต้องมา ทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น อกไก่ ปลา ไข่ เต้าหู้ เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารก
- ลดหวาน ลดเค็ม หลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม ชานมไข่มุก เบเกอรี่ และขนมหวานต่างๆ ที่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปรุงรสอาหารด้วยความเค็มที่พอเหมาะ เพื่อควบคุมความดันโลหิต
- แบ่งมื้ออาหาร ลองเปลี่ยนจากการทานมื้อใหญ่ 3 มื้อ เป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อต่อวัน จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ดีกว่า
2. ออกกำลังกายในท่าที่เหมาะสม
การออกกำลังกายเบาๆ อย่างสม่ำเสมอมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ กิจกรรมที่แนะนำ การเดิน, ว่ายน้ำ, โยคะสำหรับคนท้อง เป็นกิจกรรมที่ปลอดภัยและช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยควบคุมน้ำหนัก และทำให้ร่างกายใช้อินซูลินได้ดีขึ้น สามารถตั้งเป้าออกกำลังกายครั้งละ 20-30 นาที ประมาณ 3-5 วันต่อสัปดาห์ และควรปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ก่อนเสมอว่าสามารถออกกำลังกายประเภทไหนได้บ้าง และควรหยุดทันทีหากรู้สึกเหนื่อยเกินไปหรือมีอาการผิดปกติ
3. คุมน้ำหนักให้พอดี
การมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ แต่ควรเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่คุณหมอแนะนำ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ การควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มเร็วหรือมากเกินไปเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงของทั้งสองภาวะนี้
4. จัดการความเครียด ผ่อนคลายกายใจ
ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งอาจกระทบต่อระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ หาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ หรือพูดคุยกับสามีและคนในครอบครัว
5. ฝากครรภ์สม่ำเสมอ
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด การไปพบคุณหมอตามนัดฝากครรภ์ทุกครั้ง จะทำให้คุณหมอสามารถติดตามสุขภาพของคุณแม่และทารกได้อย่างใกล้ชิด สามารถตรวจคัดกรองเบาหวานและวัดความดันโลหิตได้เป็นระยะ หากพบความผิดปกติก็จะสามารถให้การดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที
การดูแลตัวเองของคุณแม่ในวันนี้ คือของขวัญล้ำค่าที่สุดสำหรับสุขภาพที่แข็งแรงของลูกน้อยในวันข้างหน้า ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขกับการตั้งครรภ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ

หากคุณกำลังมองหาสถานที่เก็บรักษาสเต็มเซลล์ที่คุณไว้วางใจได้…
STEM CELL FOR LIFE (สเต็มเซลล์ฟอร์ไลฟ์) คือคำตอบ
สอบถามบริการเพิ่มเติมได้ที่ สเต็มเซลล์ฟอร์ไลฟ์ (STEM CELL FOR LIFE) เรื่องสเต็มเซลล์มั่นใจได้ที่ SCL เพราะเราเป็นธนาคารสเต็มเซลล์แห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตการผลิตสเต็มเซลล์เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นยา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.กระทรวงสาธารณสุข และเป็นบริษัทเดียวที่อยู่ภายใต้โรงงานเภสัชกรรมที่ได้รับ GMP มาตรฐานสากล
Hotline. 085-227-7909 24 ชั่วโมง
โทร. 0-2889-2600 จันทร์ – เสาร์ เวลา 08.00 – 17.00 น.
Email: stemcellforlife@greaterpharma.com
Line : @stemcellforlife
EN