สเต็มเซลล์ปกป้องสุขภาพลูกในอนาคตได้อย่างไร 

หลักประกันสุขภาพจากของขวัญชิ้นแรก

ในฐานะพ่อแม่ เราทุกคนต่างก็อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย การวางแผนอนาคตไม่ได้มีแค่เรื่องการศึกษาหรือการเงิน แต่ยังรวมถึงหลักประกันด้านสุขภาพ ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหนึ่งในนวัตกรรมที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้คือการ เก็บสเต็มเซลล์สายสะดือ ตั้งแต่แรกคลอด

หลายคนอาจเคยได้ยิน แต่ยังสงสัยว่าเซลล์เล็ก ๆ เหล่านี้ จะกลายเป็นผู้พิทักษ์สุขภาพของลูกรักไปตลอดชีวิตได้อย่างไร ?

สเต็มเซลล์คืออะไร ? ทำไมจึงมีความสำคัญทางการแพทย์

สเต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิด คือเซลล์ชนิดพิเศษที่เป็นรากฐานของทุกเซลล์ในร่างกาย มีความสามารถมหัศจรรย์ในการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยสเต็มเซลล์ที่เก็บจากรกและสายสะดือในวันคลอด ถือเป็นเซลล์ที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์ที่สุด เพราะยังไม่เคยผ่านการเจ็บป่วยหรือเผชิญมลภาวะใดๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเก็บสเต็มเซลล์ คือการเตรียม สเต็มเซลล์เพื่ออนาคตลูก อย่างแท้จริง

1. เป็นกรมธรรม์สุขภาพชีวภาพพร้อมใช้รักษาโรค

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของการเก็บสเต็มเซลล์ ปัจจุบัน สเต็มเซลล์รักษาโรค ที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือดและภูมิคุ้มกันได้มากกว่า 85 ชนิด ตามการรับรองทางการแพทย์ทั่วโลก ตัวอย่างเช่น

  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)
  • โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด

หากในอนาคตลูกน้อยจำเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์เพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูก   การมีเซลล์ของตัวเองที่เข้ากันได้ 100% เก็บไว้ จะช่วยลดขั้นตอนการค้นหาผู้บริจาคที่แสนยาวนานและยากลำบาก และเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ทันท่วงที

2. เป็นหลักประกันสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัว                            

ประโยชน์ของการเก็บสเต็มเซลล์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเจ้าของเซลล์เท่านั้น    แต่ยังเป็นความหวังสเต็มเซลล์กับครอบครัว อีกด้วย เนื่องจากสเต็มเซลล์ที่เก็บไว้มีโอกาสสูงที่จะเข้ากันได้กับพี่น้องร่วมสายเลือด และอาจเข้ากันได้กับพ่อแม่ ทำให้สามารถนำไปใช้รักษาบุคคลในครอบครัวได้หากจำเป็น นี่จึงเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่สร้างความอุ่นใจให้แก่ทุกคน

3. เตรียมพร้อมสำหรับนวัตกรรมการแพทย์สเต็มเซลล์ในอนาคต

วงการแพทย์ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกวันนี้มีงานวิจัยมากมายที่กำลังศึกษาศักยภาพของสเต็มเซลล์ในการรักษาโรคที่ท้าทายยิ่งขึ้น เช่น

  • โรคออทิซึม (Autism)
  • โรคสมองพิการ (Cerebral Palsy)
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 1
  • การฟื้นฟูอาการบาดเจ็บทางสมองและไขสันหลัง

การเก็บสเต็มเซลล์ในวันนี้ คือการเตรียมความพร้อมให้ลูกสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ล้ำสมัยที่สุดในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นโรคที่ปัจจุบันยังไม่มียารักษาให้หายขาด

4. การลงทุนเก็บสเต็มเซลล์ที่คุ้มค่าและทำได้เพียงครั้งเดียว

การ เก็บสเต็มเซลล์สายสะดือ เป็นโอกาสทองที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิต คือ ณ วันที่ลูกคลอดเท่านั้น เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไป โอกาสในการได้มาซึ่งเซลล์ที่บริสุทธิ์และมีศักยภาพสูงสุดก็จะหมดไปตลอดกาล เมื่อเทียบกับคุณค่าและโอกาสในการช่วยชีวิตในอนาคต นี่จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด ธนาคารสเต็มเซลล์ที่ได้มาตรฐาน

การจะทำให้ของขวัญล้ำค่านี้คงคุณภาพไปได้นานหลายสิบปี หัวใจสำคัญคือการเลือกฝากไว้กับ ธนาคารสเต็มเซลล์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีเทคโนโลยีการจัดเก็บที่ทันสมัย มีการรับรองจากองกรณ์และสถาบันระดับสากล มีกระบวนการที่โปร่งใส เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเซลล์ของลูกจะพร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อถึงเวลาที่ต้องการ

การตัดสินใจเก็บสเต็มเซลล์ให้ลูก คือการแสดงความรักและการมองการณ์ไกลของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ เป็นการมอบหลักประกันสุขภาพที่จับต้องได้ และเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ส่วนบุคคลที่พร้อมจะปกป้องเขาจากโรคร้ายในอนาคต นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ สเต็มเซลล์แม่และเด็ก แต่คือการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับทั้งครอบครัวอย่างแท้จริง


สอบถามบริการเพิ่มเติมได้ที่ สเต็มเซลล์ฟอร์ไลฟ์ (STEM CELL FOR LIFE) เรื่องสเต็มเซลล์มั่นใจได้ที่ SCL เพราะเราเป็นธนาคารสเต็มเซลล์แห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตการผลิตสเต็มเซลล์เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นยา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.กระทรวงสาธารณสุข และเป็นบริษัทเดียวที่อยู่ภายใต้โรงงานเภสัชกรรมที่ได้รับ GMP มาตรฐานสากล

Hotline. 085-227-7909 24 ชั่วโมง

โทร. 0-2889-2600 จันทร์ – เสาร์ เวลา 08.00 – 17.00 น.

Email: stemcellforlife@greaterpharma.com

Line : @stemcellforlife

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *